การพัฒนาศักยภาพครูด้วยการทำวิจัยแบบง่าย
Teachers' Competency Development by Doing Classroom Action Research
 
พนิต เข็มทอง1 เสาวพร เมืองแก้ว1 บุญเรียง ขจรศิลป์1 จุฬารัตน์ วัฒนะ1 พีรพงศ์ ทิพนาค1
พิกุล เอกวรางกูร1 วารุณี ลัภนโชคดี1 เมธินี ว. รัมภกาภรณ์1 รำพึง เลิศพงศ์วิภูษณะ1
เจริญ เอี่ยมสุภาษิต1 ชัดเจน ไทยแท้2 ไพรัช สู่แสนสุข2 บัญชา แสนทวี2 และ วิภาดา นิธิปรีชานนท์2

1คณะศึกษาศาสตร์   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

โทร. 0-2579-0203

    เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามศักยภาพ และความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพอย่างเป็นระบบ เชื่อถือได้ โดยสนับสนุนให้ครูนำกระบวนการวิจัยมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และครูสามารถประเมินผลการพัฒนาผู้เรียนได้ด้วยการทำวิจัยแบบง่าย ๆ ในวิชาที่สอน ซึ่งการวิจัยแบบง่ายในการศึกษาครั้งนี้ หมายถึงการศึกษาเพื่อพัฒนา ผู้เรียนอย่างมีระบบ เชื่อถือได้ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามปกติของครู และเขียนรายงานสั้น ๆ ที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างคู่มือการทำวิจัยแบบง่ายสำหรับครู อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอน กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษาคือครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เครื่องมือที่ใช้เป็นเอกสาร "การทำวิจัยแบบง่าย: บันไดสู่ครูนักวิจัย (วิจัยแผ่นเดียว)" และแบบสอบถามติดตามผลการใช้เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่และค่าร้อยละ

วิธีการดำเนินงานได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้คือ
    1) สำรวจและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการวางแผนสร้างคู่มือการทำวิจัยแบบง่าย
    2) กำหนดหลักการ แนวคิด กระบวนการและเทคนิควิธีการทำวิจัยแบบง่าย
    3) กำหนดรูปแบบการนำเสนอกระบวนการวิจัยในแต่ละขั้นตอนในคู่มือการทำวิจัย
    4) จัดทำเอกสารคู่มือการวิจัยแบบง่ายต้นฉบับ
    5) ศึกษาเชิงลึกของแต่ละประเด็นให้เอื้อต่อการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
    6) ทดลองใช้คู่มือการทำวิจัยแบบง่ายกับครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 8 โรงเรียน ใน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา นนทบุรี และศรีสะเกษ
    7) นำผลการทดลองมาพิจารณาและปรับปรุงคู่มือการทำวิจัยแบบง่าย
    8) ประชุมศึกษานิเทศก์เพื่อขอความร่วมมือและชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดทำเอกสารและแผนการดำเนินงานเพื่อขยายผล
    9) จัดทำคู่มือการวิจัยแบบง่ายและมอบให้โรงเรียน 30,000 โรงเรียน กระจายตามเขตพื้นที่ทั่วประเทศ
    10) ติดตามและประเมินผลการนำคู่มือการทำวิจัยแบบง่ายไปใช้ในโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายคือ ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 21 คน

    ผลการศึกษาพบว่า ครูที่ได้ทดลองใช้คู่มือการทำวิจัยแบบง่ายร้อยละ 61.9 ระบุว่าเข้าใจเอกสารบางส่วน ส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ได้แก่ การใช้สถิติ และการเขียนรายงานผลการวิจัยแบบง่าย ส่วนร้อยละ 38.1 ระบุว่าเข้าใจเอกสารคู่มือทั้งหมด ครูส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อเอกสารคู่มือการทำวิจัยแบบง่าย สามารถทำตามขั้นตอนที่ปรากฏในเอกสารได้ อย่างไรก็ตามครูยังมีปัญหาในการรวบรวมชิ้นงานวิจัยแบบง่ายให้เป็นงานวิจัยชิ้นใหญ่เชิงวิชาการ และการนำผลการวิจัยแบบง่ายไปใช้เป็นผลงานทางวิชาการต่อไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกื้อหนุนที่ช่วยผลักดันให้เกิดผลงานการวิจัยแบบง่ายขึ้นมาได้คือศึกษานิเทศก์ ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยแบบง่าย